หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ความสำคัญของความยุติธรรม  (อ่าน 2415 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ประชาชนไทย
พลเอก
ขาประจำ
*

การ์ม่า: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3462



« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2010, 11:44:34 PM »

ความสำคัญของความยุติธรรม   
       
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เวลา 17.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ ห้องประชุมชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรมจำนวน 168 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

โอกาสนี้นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฎีกา (ทั้ง 2 ท่านเป็นผู้พิพากษาที่สนิทกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) ร่วมเข้าเฝ้าด้วย

ในการนี้ทรงมีพระบรมราโชวาทซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า “เมื่อคนเขาเห็นว่านี่คือผู้พิพากษาศาลฎีกาของประเทศ แม้จะไม่ได้แต่งเครื่องแบบของศาลคนก็จะจำได้ว่านี่คือผู้พิพากษาที่ประศาสน์ความยุติธรรมแก่ประชาชนทุกเหล่า ทุกพวก ทุกเมื่อ อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเขาจำได้ว่านี่คือผู้พิพากษาที่ต้องรักษาความยุติธรรมของประเทศ เขาก็หวังพึ่งความยุติธรรมของท่าน ก็จะต้องเห็นความยุติธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ของศาล เขาก็มีความหวังว่าในประเทศมีความยุติธรรม ในประเทศมีผู้ที่รักษาความยุติธรรม

ฉะนั้นท่านจะต้องรักษาความยุติธรรมนี้ทุกเมื่อในหน้าที่และนอกหน้าที่ จนกระทั่งชีวิตท่านจะหาไม่ เพราะว่าคนเขานับถือศาล ซึ่งเป็นของที่ดีของประเทศที่เมืองไทยมีศาล และคนหวังในความยุติธรรม ถ้าเขารู้ว่ามีความยุติธรรมในประเทศ จะเป็นคนดีหรือไม่ดีเขาก็จะต้องรู้ว่ามีความหวังกัน หวังในประเทศว่ามีความยุติธรรม”

ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัวที่ผู้เขียนอัญเชิญมาลงไว้นี้ทรงเน้นเรื่องความยุติธรรมเป็นพิเศษ

ผู้พิพากษานั้นต้องมีความยุติธรรมทุกเมื่อ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องเข้าพระทัยดีว่าบ้านเมืองของเราขณะนี้มีปัญหาเรื่องความยุติธรรมอยู่มาก ความสงบสุข ความสามัคคีจะมีได้ก็ต้องบนพื้นฐานของความยุติธรรม และความยุติธรรมนั้นคนชาติไหนๆก็ต้องการ แม้คนชาติเดียวกันทั้งที่เป็นคนดีและเป็นคนไม่ดีต่างก็ต้องการความยุติธรรมเหมือนๆกัน

พระบรมราโชวาทนี้หากคนไทยทุกหมู่เหล่าจะได้ศึกษาวิเคราะห์โดยละเอียดก่อนจะน้อมนำใส่เกล้าใส่กระหม่อมเพื่อปฏิบัติ จะเป็นเรื่องที่เกิดคุณประโยชน์อย่างมหาศาล

มีกรณีตัวอย่างอยู่กรณีหนึ่งที่คนไทยไม่ค่อยจะสนใจกันนัก แต่ผู้เขียนเห็นว่าสำคัญและเห็นควรนำมากล่าวไว้ในโอกาสนี้ คือกรณีที่นักธุรกิจและนักการทูตของประเทศซาอุดีอาระเบียถูกฆาตกรรมในประเทศไทย

เรื่องนี้ประเทศซาอุดีอาระเบียเขาหวังมากว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยจะให้ความเป็นธรรมกับเขาได้ โดยที่เมื่อกาลเวลาผ่านไปๆได้มีการสืบสวนจนได้ความจริงมาเกือบหมดว่า ผู้ลงมือกระทำคือเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย

แต่เมื่อทางรัฐบาลไทยไม่ได้จัดการใดๆ ความสัมพันธ์ทางการทูตของ 2 ประเทศก็เป็นปัญหา

เป็นปัญหาไปถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ราชวงศ์ด้วย

เร็วๆนี้ดีเอสไอของไทยได้ดำเนินการจนกระทั่งสามารถนำตัวจำเลยขึ้นฟ้องศาลได้แล้ว แต่ปรากฏว่ารัฐบาลยังไม่ดำเนินการทางบริหารใดๆแก่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม จำเลยรายที่มีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5

ไม่มีการสั่งพักราชการ ไม่มีการสั่งย้ายเข้าประจำ คงปล่อยให้กร่างอยู่อย่างนั้น

พฤติการณ์เหล่านี้ทำให้ทางการซาอุฯสงสัยว่ากระบวนการยุติธรรมไทยจะให้ความยุติธรรมแก่คนของเขาจริงล่ะหรือ?

จริงอยู่เรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น แต่ผู้เขียนเห็นว่าความยุติธรรมขั้นใดๆย่อมมีความหมายทั้งนั้น และพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่ผู้พิพากษาก็มิได้ห้ามที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆจะรับใส่เกล้าฯ

ไม่เว้นแม้แต่คณะรัฐบาลเอง

ปัญหามีอยู่ว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องจะมีความสำนึกหรือไม่ เพียงใด เรื่องนี้ท่านวิรัชและท่านไพโรจน์ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องตอบคำถาม

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: